เรื่องผีๆ ภาค 2
posted on 22 Jun 2008 00:45 by armncis
หลังจากตอนที่แล้วผมได้เล่า ลักษณะผีไปแล้ว ตอนนี้จะขอนำประสบการณ์ลี้ลับที่เคยได้รับการบอกเล่า และทั้งที่ได้ประสบมาด้วยตัวเอง ซึ่งมีหลายๆเรื่อง น่ากลัวมากน้อยปะปนกัน ขอเชิญท่านเข้าสู่โลกลี้ลับครับ
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับเพื่อนของผมมันชื่อ ไอ้เคครับ บ้านมันอยู่ใกล้ๆกับบ้านยายของผมเอง เรื่องนี้ได้ฟังเมื่อประมาณ 2-3ปีที่แล้ว โดยผมได้เดินทางไปจังหวัดสุรินทร์ เพื่อเยี่ยมญาติๆ ด้วยความที่ไม่เจอกันนาน จึงมีการตั้งวงเมรัยพูดคุยกันกับเพื่อนและญาติๆทังหมด 5 คน ขณะกำลังได้ที่ มันก็พูดขึ้นมากับพี่อีกคนหนึ่งขึ้นมาว่า พี่จำตอนที่เราไปดูหมอลำแล้วผีหลอกได้มั้ย พี่เขาก็ตอบมาว่าจำได้ ด้วยความสนใจผมจึงขอให้เล่าให้ฟัง มันก็เล่าให้ฟังว่า ตอนมัน 10 ขวบ กำลังน่ารักน่าตบ มันกับพี่คนนี้ และ น้าอีกสองคน ได้เดินไปดูหมอลำที่หมู่บ้านข้างๆ หลังจากดูเสร็จ ก็เดินกลับกันมา ตอนนั้นก็ดึกมากแล้ว อาศัยแค่แสงจันทร์กับไฟฉายสองกระบอก เป็นตัวนำทาง เดินมาได้สักพัก ด้วยความง่วงทุกคนเลยได้ลงความเห็นให้เดินลัดชายป่าเพื่อจะถึงเร็วๆ จนมาถึงต้นตะแบกใหญ่ๆ ไอ้เคมันได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ มันจังหันไปถามน้า ว่าได้ยินเสียงอะไรมั้ย น้ามันตวาดกลับมา แล้วมึงจะทักขึ้นมาทำไม ตามความเชื่อถ้าได้ยินเสียงอะไรแปลกๆตอนกลางคืนอย่าพูดทักขึ้นมาครับ ถ้าไปทักเขาอาจจะตามมา หรือโดนแจ๊กพ๊อต เหมือนไอ้เคและน้า คือพอพูดจบ ไม่รู้มันนึกยังไง มองขึ้นไปบนต้นตะแบก เจอเลยครับ ผู้หญิงนั่งอุ้มลูก อยู่บนกิ่งต้นตะแบก มันยืนอึ้งจนน้าและคนอื่นๆสงสัยเงยหน้ามองขึ้นไปดู เห็นกันโดยถ้วนหน้าครับพี่น้อง หลังจากอึ๊งรับประทานกันโดยมิได้นัดหมาย ต่างคนต่างไส่เกียร์หมาวิ่ง กลับบ้านใครบ้านมัน ความสัมพันธ์ยังเหมือนเดิม หลังจากที่มันเหล้าจบ มันก็ยกน้ำทะลวงตับซดจนหมดแก้ว หน้าตายังแฝงไว้ด้วยความกลัว ผมจึงถามว่า แล้วเจ๊แกเป็นใครมีอะไรอัดอั้นในใจถึงมานั่งอุ้มลูกร้องไห้บนต้นตะแบก มันบอกว่าไม่รู้ แต่เมื่อก่อนแถวๆนั้นเคยเป็นที่ตั้งเชิงตะกอนเผาศพ พี่อีกคนก็เสริมมาว่า ถ้าไม่จำเป็นไม่มีใครเดินผ่านหรอก ถ้าอยากไปดูจะพาไป ผมนึกในใจ ขอบคุณครับพี่ แหมใจดีจังเลยนะ ที่เที่ยวตั้งเยอะไม่พาไป ดันจะพาไปให้ผีหลอกถึงที่เลยนะ
ผีในหอพัก นี้เป็นประสบการณ์โดยตรงที่เกิดขึ้นกับตัวเองเลย เป็นหอพักนักศึกษาของมหาลัยชื่อดังทางภาคใต้ ไม่บอกนะว่ามหาลัยอะไร แต่คนที่รู้จักผมคงรู้แล้ว เพราะฉะนั้น จุ๊ๆ อย่าเอ็ดไป วันนั้นเป็นวันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม 2547 จำได้แม่นเลยครับ เพราะเป็นวันเกิดเพื่อนของพี่รหัสผม และชวนผมไปใส่บาตรกันที่วัดตอนเช้า มีการทำบุญถวายสังฆทาน กรวดน้ำ แหม ได้ทำบุญสุดแสนจะเบิกบานใจ แต่สงจะไปสะกิดต่อมสัมผัสที่หกของผมด้วยละมั่ง เลยโดนดี วันนั้นเป็นวันหยุดยาว พวกเพื่อนๆกลับบ้านกันเกือบหมด หอพักที่ผมอยู่ในตอนนั้น มี 5 ชั้น ชั้นหนึ่งมี 10 กว่าห้อง อาคารแบ่งออกเป็น 4 ปีก เรียกกันว่าปีก A B C D กั้นตรงกลาง ระหว่างชายหญิง ชายจะอยู่ปีก A ส่วนที่เหลือจะเป็นของผู้หญิง ผมได้อยู่ชั้น 5 แต่ชั้นนี้จะมีอยู่กันแค่ สามห้อง ที่เหลือเป็นห้องว่าง ของปีกผู้หญิงว่างหมด ทำให้บรรยากาศตอนกลางคืน จะวังเวงมาก จนถึงมากที่สุด ให้ความรู้สึกเหมือนจะมี เด็กผี JU ON โผล่มาตลอดเวลา กลับมาเข้าเรื่องกันต่อ ตอนเย็นวันนั้นฝั่งผู้ชาย เหลือไม่ถึง 20 คน กลับบ้านกันหมด โดยชั้น 5 เหลือแค่ 3 คน จากที่มีสมาชิกร่วมชั้นทั้งหมดแค่ 11 คน ส่วนชั้นอื่นเกือบ 50 คน คืนนั้นหอแทบร้าง เหลือกันอยู่น้อยมาก รูมเมท ก็กลับหมด ต้องไปนอนกับเพื่อน ห้องตรงข้าม ไม่ได้กลัวนะครับ แต่เพื่อนมันชวนไปนอนด้วย ไม่อยากขัดน้ำใจเพื่อนครับ อิอิ ในห้องจะนั้น จะมีเตียง 2 ชั้นอยู่ 2 เตียง เพื่อนนอนชั้นบน กันสองคน ผมนอนข้างล่างคนเดียว ขณะที่ผมหลับ เพื่อนก็ยังคุยกันอยู่ สักพักผมรู้สึกตัว เห็นเพื่อนมายืนข้างเตียง จึงถามว่ามีอะไร ไม่รู้ใครมาเคาะประตูห้อง 2 ครั้งแล้ว เพื่อนผมตอบกลับมา ผมก็ออกความเห็นไปบ้าง สงสัยใครมาแกล้ง เดี๋ยวๆ มันต้องโดนมิใช่น้อย หลังจากนั้นการรอคอยเสียงเคาะประตูก็เริ่มขึ้น เรานั่งกันเงียบๆ สมาธิจ่อไปที่ประตูและลูกบิด แล้วเสียงที่เรารอคอยก็มาถึง ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น เราทั้ง 3 เปิดประตูอย่างรวดเร็วพร้อมวิ่งออกไปเหมือนหน่วย S.W.A.T. เข้าเคลียร์พื้นที่ กะว่าจะจับคนร้ายมาเขกกระโหลกโทษฐานว่างงานจัด แล้วมาแกล้งเคาะประตูชาวบ้านเขาเล่น แต่…ทานโทษครับ ทุกอย่างมันเงียบ กริปบ เราทั้งหมดหาหมดแล้ว ไม่มีใครเลยครับ ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบจนน่าขนลุก ผมหันไปมองหน้าเพื่อน ทุกคนรู้กันได้ทันที จะยืนกันอยู่ทำใม กลับห้องของเรากันดีกว่า.. ด้วยความที่กลัวว่าเพื่อนจะกลัว ผมเลยแสดงความเสียสละ ขึ้นไปนอนเบียดกับเพื่อนอีกคน บนเตียงชั้นสอง เพื่อเพื่อนจะได้อุ่นใจ เห็นมั้ยครับความเสียสละของผม อิอิ ความจริงขี้หดตดหายไปหมดแล้ว ตอนนั้นรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกในห้อง ตอนนั้นผมคิดได้อย่างเดียว นอนคลุมโป่งนี้แหละ ปลอดภัยที่ซู๊ด….คณะที่กำลังเคลิ้มๆจะหลับ มันมาอีกแล้วครับ แต่ทีนี้ไม่ใช่มาเคาะประตูหรือกดกริ่งเหมือนสาวมิสทีน มันฮาร์ดคอกว่านั้นครับ เคาะฝนังครับ มารอบทิศทางเลยอย่างกับเสียงสเตอริโอ เซอร์ราวน์ 5.1 ปึงๆๆ ไม่เคยรู้สึกกลัวอะไรอย่างนี้มาก่อน ยังยึดถือคติเดิม นอนคลุมโป่ง ปลอดภัยที่ซู๊ด…เพื่อนผมมันบอกว่าไม่ไหวแล้ว ผมเลยโผล่หน้าออกมาบอกมันว่า นอนนิ่งๆเงียบไว้ มันเบื่อมันหยุดเองเหละ แล้วผมก็เอาตัวรอดด้วยการคลุมโป่งต่อ บอกแล้วปลอดภัยที่ซู๊ด…สักพักเสียงมันก็เงียบ ผมเลยข่มตานอนให้หลับ นึกว่ามันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว มันมาอีกแล้วครับ แต่ที่นี้เป็นเสียงเหมือนใครเอาแปลงมาถูผ้าดังแกร่กๆดังมาจากห้องซักผ้า เป็นเสียงที่มีจังหวะ ช้าๆเนิบๆ ลองเอาแปลงถูผ้าไปถูผ้าดูครับ ช้าๆ ค่อยๆถูขึ้นลง แต่น้ำหนักกดเต็มแรง เสียงมันก็ประมาณนั้น ผมทนไม่ไว้แล้ว เอาวะ โดนก็โดน เกิดมาจากท้องพ่อ ท้องแม่ ยังไม่เคยเห็นผีตัวเป็นๆ เอ…หรือว่าตัวตายๆ ทำใจดีสู้ผี ลงจากเตียงออกไปดูในห้องซักผ้า เปิดประตูเข้าไป ทุกอย่างเงียบไปทันที เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมกลับมานอนคลุมโป่งอีกครั้งเพราะว่ามัน อั๋นแน่ มีหลายๆคนต้องคิดไปแล้วว่า เพราะว่ามันปลอดภัยที่ซู๊ด…อิอิ จนเช้าจึงมานั่งคุยกันถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทุกคนหลอนมาก เพื่อนผมทั้งสองคนขอลงไปนอนกับเพื่อนที่ชั้นสี่พร้อมชวนผมไปนอนด้วย แต่ผมบอกมันว่าขอบใจมาก แต่ไม่ลงไปนอนหรอก มันก็พูดขึ้นว่า โหมึงโดนขนาดนี้มึงยังกล้านอนคนเดียวอีก กูนับถือใจมึงเลย พร้อมแสระยิ้มมุมปาก แล้วก็ตอบไปว่า ใครบอกกูจะนอนคนเดียว อีกเดี๋ยวพี่รหัสกูจะมารับกูไปนอนที่บ้านแกแล้ว โชคดีนะเพื่อนๆ กูไปละ อิอิ โธ่เอ๊ย....นึกว่าจะแน่

#1 By อามะคุง on 2008-10-30 12:11