ออกตัวก่อนเลยครับว่าผม ไม่ได้เป็นคนที่สูบบุหรี่ เหล้าเบียร์ก็ดื่มเฉพาะตอนออกสังคม เพราะต้องดื่มด้วยความเกรงใจ ปกติไม่ชอบดื่มอยู่แล้ว เพราะมันขมจะตาย กินเข้าไปได้ไง อิอิ
มา ถึงเรื่องคนสูบบุหรี่ รอบๆตัวผมจะเจอกับคนที่สูบบุหรี่เยอะมาก ผมโชคดีที่ว่าในครอบครัวผมไม่มีใครสูบ อีกอย่างผมเป็นคนที่แพ้ควันบุหรี่ ประมาณได้กลิ่นจะรู้สึกคัดจมูก รู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ ดังนั้นเพื่อนๆผมถ้ามาสูบใกล้ๆผม หรือในห้องผม ผมจะไล่ให้ไปสูบไกลๆ ไม่ต้องเผื่อแผ่มะเร็งมาให้ แต่พวกสูบบุหรี่หลายๆคนที่ผมเจอ จะมีประเภทมักง่ายเยอะมาก สูบเสร็จก็ทิ้งก้นบุหรี่ตรงนั้น ไม่ค่อยมีที่จะทิ้งให้เป้นที่เป้นทาง ที่อพาทเม้นท์ที่ผมอยู่ ผมมองลงจากระเบียงห้องลงไปชั้นล่าง จะเห้นก้นบุหรี่ทิ้งเกลื่อนไปหมด สกปรกมาก และห้องผมจะอยู่ใกล้ๆบันใดหนีไฟ จะมีอยู่คนหนึ่ง จะชอบมาสูบหน้าห้องผม กลิ่นมันก้เข้าห้อง ขนาดปิดประตูแล้ว บางทีผมเปิดประตูรับลม กลิ่นนี้เข้ามาในห้องเต็มๆ ทำให้ห้องเหม็นมากๆ แล้วที่เห็นเป้นประจำคือ ก้นบุหรี่ ก้ทิ้งอยู่ตรงนั้นเหละ ดีนะผมไม่สู้คน ไม่งั้นโดน อิอิ
ใครที่สูบบุหรี่ กรุณาเกรงใจคนข้างๆบ้าง ถ้าตรงนั้นไม่ได้เป็นที่สูบบุหรี่ ก็กรุณาไปสูบที่ไม่มีคนได้ใหม อย่าคิดว่าคนอื่นจะชอบดมควันบุหรี่เหมือนคุณ และอย่ามักง่ายทิ้งบุหรี่ไม่เป็นที่เป็นทาง และดับให้สนิท แถวๆบ้านผมเคยมีคนสูบบหรี่แล้วทิ้งทั้งที่ยังไม่ดับ แถมยังทิ้งไปในพงหญ้า ตอนนั้นก้ฤดูแล้ง อีกพักใหญ่ก้มีไฟใหม้พงหญ้า จนเกือบลามไปใหม้บ้านข้างๆ โชคดีที่ดับไฟทัน เห้นใหมครับว่าก้นบุหรี่เล็กสามารถทำให้เรื่องใหญ่ได้ เป็นไปได้ก้เลิกสูบไปเลยครับ มันไม่ดีต่อสุขภาพ ทั้งตัวเองและคนอื่น ถ้าเลิกไม่ได้ ก็อย่ามักง่ายและเกรงใจคนอื่นที่ไม่สูบกันมั่งครับ ถ้าอยู่กับคนที่สูบเหมือนกัน ก็อมควัน สูดควัน พ่นควันใส่กันตามสะดวกครับ

พระ

posted on 17 Aug 2009 12:47 by armncis

 

ดูภาพแล้วรู้สึกเป็นไงครับ นี้หรือเมืองพุทธ พระมาตะโกน ออกท่าออกทาง ขับไล่รัฐบาล มันเหมาะสมแล้วเหรอ มันเป็นกิจของสงฆ์หรือไม่ พระพวกนี้คิดอะไรอยู่ ผมว่าผมว่าพระพวกนี้คงไม่บาปหรอกนะ และผมจะไม่เรียกว่าพระด้วย เพราะกิริยาท่าทางมันเรียกว่ากุ๊ยมากกว่าที่จะเรียกว่าพระ เห็นแล้วรับไม่ได้จริงๆ ให้ยกมือไหว้ผมคงทำใจไม่ได้ ผมไม่ได้ว่าเสื้อสีไหนดีไม่ดีนะครับ แต่ดูว่าคุณใส่อะไรมา มันเหมาะแล้วเหรอที่คุณจะออกมาทำตัวอย่างนี้ ถ้าอยากมากนะ ก้ไปสึกแล้วไส่เสื้อ...มาเลยไป อย่ามาทำให้ศาสนาต้องเสื่อม แต่ถ้าคุณมาในท่าทีสงบ รู้จักการวางตัวให้เหมาะสม ผมก็คงไม่รู้สึกในแง่ลบ 

พระพวกนี้เหละจะนำความเสื่อมถอยมาให้แก่พระพุทธศาสนา ถ้าลองศึกษาดูแล้วก็จะพบว่า เหตุปัจจัยที่ทำให้คณะสงฆ์หรือพระพุทธศาสนาพังทลายลงเร็วมากที่สุดคือ พระไปยุ่งกับการเมืองมากจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพระยุ่งการเมืองไม่ได้ พระยุ่งได้ในฐานะผู้ให้คำสั่งสอน ชี้แจงสิ่งที่ควรทำ ไม่ควรทำ สิ่งผิดสิ่งถูก แต่การมาเดินขบวนถือธง ตะโกนด่าทอ โบกมือไล่ มันไม่ใช่กิจของสงฆ์

แต่ถ้าพูดกันตามตรงแล้ว จะไปห้ามไม่ให้พระท่านออกมาแสดงความคิดเห็น มาพูดก็จะเป็นไปไม่ได้ พระท่านก็มีิสทธิที่จะแสดงคสามคิดเห็น เพียงแต่ขอให้อยู่ในอาการสำรวม อย่างออกมาถือข้าง ถือหางประเจิดประเจ้อ เห็นกันหลายรูป หลายหมู่คณะ ซึ่งผมว่าพระบางรูปก็ไม่รู้หรอกว่าไอ้ที่ญาติโยมมาขอร้องให้เป็น ศูนย์รวมจิตใจ ของเหล่าพุทธศาสนิกชน ระวังๆจะลงท้ายกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองแบบอ้อม ๆ ไปซะงั้น

 

นี่ยังมีพวก พระแหกคอก (คือ เป็นพระ แต่ทำอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควร) พระปลอม (คือ ไม่ได้เป็นพระ แต่เสือกแต่งตัวเหมือนพระ) ละก็พระอะไรอีกมากมาย ระวังไว้นะครับ นรกมันจะกินหัว และผมอยากจะบอกพระพวกนี้ว่า....ไม่บอกดีกว่า เติมกันเอาเอง อิอิ แต่อย่าให้กูเจอนะมึง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ แล้วตูจะหัวเราะทำใมนิ  

 

 

ปล.ผมพูดถึงพระที่วางตัวไม่เหมาะสมนะครับ ส่วนพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ถือวัตร ปฏิบัติ ตาม พระธรรมวินัย ที่พระบรมศาสดา สั่งสอนและกำหนดไว้ ผมขอกราบสามครั้งครับ

ปล.อีกที เอนทรีนี้แรงไปมั้ยนิ ประมาณว่าเห็นมามากเก็บกด 

 

 

 

ไปดูหนังมา

posted on 02 Jul 2009 23:27 by armncis

หลังจากดองมานานก็ำได้เวลาจะอัพบล็อคกันซักที หลังจากเวลาที่ผ่านมาใช้ชีวิตไร้สาระมากจนเกินไป เลยไม่รู้จะเขียนอะไร เพราะหลังจากสมัครงานไปแล้ว ก็วันแต่ละวันไม่ได้ทำอะไร ตื่นมาก็กิน เล่นเกม ดูทีวี นอน ไม่อยากออกไปไหน หลังจากเรียนจบ มีความรู้สึกว่า อยากอยู่เฉยๆ ไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากทำอะไร ฟุตบอลที่เคยออกไปเล่นไม่เคยขาด ก็ยังไม่อยากเล่น เดี๋ยวนี้เริ่มมีน้ำมีนวล อิอิ ทีวีก็ดูแต่หนังกับการ์ตูน ข่าวสารบ้านเมืองก็ไม่ค่อยอยากติดตาม เพราะเบื่อข่าวแพนด้า เหอๆ บ่นมาตั้งนาน ไหนละที่ว่าไปดูหนัง เหอๆ จะเข้าเรื่องแล้วครับ

หลังจากเพื่อนโอนงานให้ไปเป็นสต๊าฟออกบูทงานสินค้าตัวนึงแห่งหนึ่ง(ไม่บอกว่าอะไรเพราะไม่ได้ค่าโฆษณาเพิ่ม อิอิ) ทำให้ตัวขี้เกียจก็สะบัดออกไปมั่ง เลยรู้สึกอยากดูหนังขึ้นมา โดยเล็งเรื่องทรานฟอร์เมอร์ หลังจากดูภาคหนึ่งมาเป็นรอบที่เท่าไรก็ไม่รู้ โดยเลือก โรงหนังแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง โดยก่อนหน้านั้นก็เคยแวะกะไปดู แต่ช่วงเวลาหัวค่ำ คนเยอะมาก ผมเลยเปลี่ยนใจมาดูในอีกวัน ระหว่างเดินเล่นหน้าราม ก็เหลือบไปเห็น แผ่นผีถูกกฎหมาย งงมั้ยครับว่าแผ่นผีมันจะถูกกฎหมายยังไง ก็เห็นตั้งขายกันโต้งๆริมถนน แต่ยังไม่โดนจับ ก็คาดว่าน่าจะถูกกฎหมาย อิอิ มันมีเรื่องทรานฟอร์เมอร์มาขายแล้ว แม่เจ้า เข้าฉายไม่นานแผ่นผีออกแล้ว ตูยังไม่ได้ดูเลย เหอๆ มันก็เป็นเกือบทุกเรื่องละครับ หนังใหม่เพิ่งเข้าโรง มันก็ออกแผ่นมาชนโรง มีให้เห็นเป็นประจำ อีกอันเอ็มพีสาม อันนี้แสบกว่า ประมาณว่าซื้อเอ็มพีสาม แล้วก็ก๊อปแผ่นเอ็มพีสาม มาขายอีกที จากแผ่นร้อย เมื่อก๊อบมาต่อ ก็ขาย ห้าสิบบาท สามสิบบาท แสบมั้ยครับ อิอิ 

หลังจากผ่านไปอีกวัน ผมก็ได้มาดูหนังสมใจละ เมื่อเข้าไปในโรงหนัง กะว่าไปร้านแมคโดนัล นั่งกินแฮมเบอร์เกอร์ให้สบายอุรา และอยากบอกว่า นี้เป็นครั้งแรกครับที่ผมเข้าร้านแมค อุ้ย แอบตื่นเต้น อิอิ ครั้งแรกก็เป็นเรื่องเลยครับ ไฟดับ โหยๆ ช่างได้บรรยากาศ นั่งกินแฮมเบอเกอร์ ท่ามกลางแสงสลัวๆ และอากาศที่เริ่มอบอ้าวเพราะแอร์ไม่ทำงาน ผมนั่งกินไปจนหมดไฟก็ยังไม่มาครับ นึกในใจสงสัยตูจะไม่ได้ดูอีกแล้วเหรอนี้ แต่ก็ลองเดินไปที่ช่องขายตัว ก็ได้ยินเสียงหวานๆของพนักงานมาบอก ถึงไฟจะดับแต่หนังก็ยังฉายได้และยังจำหน่ายตั๋วได้เหมือนเดิม เอ่อ แล้วแอร์มันจะทำงานมั้ยครับ เธอก็ยิ้มให้มาอย่างเดียว เหอๆ

ผมก็ตัดสินใจซื้อตั๋วและไปรออยู่ทางเข้าท่ามกลางบรรยากาศไฟสลัวและอากาศที่ร้อนอบอ้าว ท่ามกลางผู้คนที่ร่วมดื่มด่ำบรรยากาศนี้อีกหลายคน ช่างเป็นภาพที่แสนประทับใจ ระหว่างรอก็มีผู้คนหลายๆคนหนังรอ ผมก็นึกว่าคนดูจะเต็มโรงที่ผมดู แต่ไม่ใช่ เขามาดูเรื่องวงศ์คำเหลากัน ทิ้งพวกที่ดูเรื่องทรานฟอร์เมอร์เหลือสิบกว่าคน เหอๆ รู้งี้ตูมาดูตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เมื่อใกล้เวลาจะถึงเวลาฉาย ไฟมันยังไม่มาครับ หูยๆ นั่งเหงื่อตกเลย ไม่ได้ลุ้นว่าไฟจะมาเมื่อไรนะครับ อากาศมันร้อน แต่สักพัก ไฟก็มาจนได้ เฮ้อ นึกว่าจะได้ดูหนังแบบร้อนๆ เหอๆ 

หลังจากดูหนังจบ ทำผมอารมณ์เบิกบานใจ เพราะไม่ได้ออกมาดูหนังซะนาน รู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก เมื่อผมกลับมาถึงห้อง ก็เปิดทีวีดูข่าว แม่เจ้าาาา มันตามมาหลอกหลอนอีกแล้ว ข่าวหมีแพนด้าาาาาาาา

 

ปล.เสาร์ที่ 4 กรกฎาคมนี้ ทางสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติจัดงานครบรอบ 12 ปี เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นขององค์กรสมาชิก พร้อมนิมนต์ พระมหาวุฒิชัย (ว.วชิรเมธี) มาแสดงปาฐกถาเรื่อง “บทบาทสื่อกับความแตกต่างทางความคิดในสังคม” นอกจากนั้นยังมีการสนทนากลุ่มสะท้อนมุมมองผู้คร่ำหวอดวงการสื่อ ในหัวข้อ “12 ปี สภาการหนังสือพิมพ์ฯ : อนาคตการกำกับดูแลตัวเองของสื่อไทย” ทั้งนี้ผู้สนใจผู้ร่วมงานสามารถสำรองที่นั่งได้ฟรี ที่โทร. 0-2668-9900 ,0-2243-5697 หรืออีเมล์ tpct@inet.co.th รู้สึกจะมีคุณกิตติ สิงหาปัดมาเป็นผู้ดำเนินรายการด้วยนะครับ สนใจลองไปกันได้นะครับ เริ่มงานบ่ายโมงครับ อาจจะได้เจอกันครับ  

น้ำมันท่วม

posted on 29 Apr 2009 06:10 by armncis
ในคืนวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา ในช่วงเวลาประมาณก่อนเที่ยงคืน ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก และคืนนั้นฝนก็ตกในหลายๆพื้นที่ ซึ่งฝนก็ตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ประมาณตีสองกว่าๆ ผมก็มองออกไปทางหน้าต่าง ก็ต้องอุทานออกมา แม่เจ้า!!! นั้นมันถนนหรือคลองกันเนี้ย ตัวผมนั้นพักอยู่ในซอยมหาดไทย เมื่อมีฝนตกหนัก น้ำก็ท่วมทุกครั้งจนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ดีนะที่มาท่วมตอนกลางดึก ไม่งั้นรถติดบานแน่ๆเลย

ผมได้เดินลงไปดู ครั้งนี้ท่วมเยอะมากเพราะท่วมเลยฟุตบาทมาเลย แต่ตอนที่ผมลงไปน้ำเริ่มลดแล้ว ยังดีที่ระบบระบายน้ำยังพอระบายน้ำได้ดีพอสมควร อีกอย่างรถราที่วิ่งผ่านมา บางคันวิ่งด้วยความเร็ว ทำให้น้ำกระเฉาะมาใส่คนเดินริมฟุตบาท ซึ่งคนขับรถก็ได้คำอวยพรและแจกของชำร่วยจากคนริมฟุตบาทไปหลายคำและหลายดุ้น ขับช้าๆหน่อยก็ได้พี่ เห็นใจคนเดินกันหน่อย


ที่เห็นนี้น้ำลดไปเยอะแล้วนะครับ


ไม่ใช่บ้านริมคลองนะครับ

ตะลุยน้ำกันไป

สภาพในซอยมหาดไทย

รถนะครับไม่ใช่เรือ

อะไรๆก็โทษแต่สื่อ

posted on 14 Feb 2009 15:09 by armncis

เมื่อไม่กี่วันก่อน ได้มีการทำศึกดาร์บี้แมตท์แถบๆมาบุญครองซิตี๊ ระหว่างสถานศึกษาสองแห่ง ไม่บอกว่าที่ไหนกลัวถูกฟ้อง แต่ละทีมได้ส่งพวกคลอดออกทางรูตูดมาเต็มทีม ได้ยกพวกไล่ตีกัน อย่างอุกอาจ คงนึกว่าเท่เสียเต็มประดา เมื่อเหตุการณ์สงบ อีกแล้วครับ คนเจ็บก็เป็นคนที่ไม่รู้เรื่องไรกะพวกมึงเลย จะตีกันแล้วทำชาวบ้านเดือดร้อน แต่ที่ผมตลกไปอีกก็คือ คำพูดของบุคคลท่านหนึ่ง มีตำแหน่งใหญ่โตถึงระดับ อธิการบดี ออกมากล่าวว่า ที่นักเรียนพวกนี้มันตีกันก็เพราะว่า สื่อชี้นำ เพราะการนำเสนอข่าวนักเรียนตีกันบ่อยๆไม่ต่างจากการยั่วยุหรื่อชี้นำให้เด็กมีอารมณ์ออกมาตีกัน ถุยสสสสสสสสสส์ ไม่ทราบว่าท่านเอาหัวสมองหรือเอาหัวแม่ตีนคิดครับ ยังงี้ไม่ต่างกับการโยนขี้ให้ผู้อื่น ในเมื่อตัวเองแก้ปัญหาไม่ได้ ก็เลยโทษคนอื่นซะงั้น นับเป็นสูตรสำเร็จ ที่ผู้ใหญ่ในบ้านนี้เมืองนี้ทำกัน ถ้าไม่โทษเกมก็โทษสื่อนี้เหละ ง่ายดี

ก็โอเคครับว่า สื่อก็มีอิทธิพลในการชี้นำ หรือเป็นแรงบันดาลใจ แต่จริงๆแล้วมันขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละคน หรือสันดาน รวมถึงการสั่งสอนของคุณพ่อคุณแม่ ถ้ายกพวกกันตีกันแล้วหรือจะทำอะไรก้แล้วแต่ แล้วมาโทษสื่อว่าเป็นต้นเหตุ แสดงว่าคุณภาพทางความคิดและสมอง อยู่ในระดับขั้นบัดซบ แค่ดูข่าว ดุทีวี ก็โดนชี้นำแล้ว แล้วถ้าแบบนี้ ถ้าโดนชี้นำไปเก็บขยะ ดูดส้วม ล้างท่อ ลอกคู แทนยกพวกตีกัน พวกมึงทั้งหลายจะทำตามมั้ย

 

 

 ปล.ที่ผมดองบล็อค ผมไม่ผิดนะ ต้องไปโทษสื่อ อิอิ

ปล.2 ถ้าชอบตีกันนัก จัดชิงแชมป์ประเทศไทยเลยดีมั้ย

มาอีกแล้วปัญหาโลกแตก เมื่อตะกี้สดๆร้อนๆ เพื่อนผมโทรมา ร้องให้ฟูมฟายปานแม่ยายจะเสีย(หลายคนแอบดีใจ อิอิ) บอกว่าไปเดินมาบุญครองมา ไปเจอเด็กที่คลอดออกมาทางรูตูดตีกัน อ่ะ ไม่ใช่ๆ ไปเจอแฟนเก่าเดินควงแฟนใหม่กันกะหนุงกะหนิง ต้อนรับbefore Valentine เลย มันบอกว่าทำไงดี ผมก็เลยบอกมันเอาตัวเลือกกรูไป แล้วไปคิดเอาเอง

 ก. ทำใจ อืมๆ นั่งทำใจเถอะ เค้าไปดีแล้ว

ข. ทำมะดา เพราะเลิกกะมรึงแล้ว เค้าจะไปหาใหม่มันเก็เรื่องธรรมดา

 ค.ทำมะชาด เพราะธรรมชาติของคนเราย่อมเดินไปหาสิ่งที่ดีกว่า แต่จะมีคนบางประเภทที่ไม่ชอบคนดี เลยบอกเราว่า เธอเกินไป (ซะงั้น)

 ง.ทำเฮียไรได้ เออ จะทำเฮียไรได้ จะเดินไปชก ก็กลัว เพราะมันตัวใหญ่กว่า อิอิ

จ. ทำไงได้ อืมๆ ทำไงได้ เพราะเรื่องของมรึง ไม่ใช่ของกรู

 จะเลือกข้อไหนกันคับ 

  

แอบรักเพื่อน

posted on 30 Oct 2008 23:49 by armncis

แอบรักเธอ อยู่ในใจ เก็บหัวใจ ไว้ให้เธอ วันทั้งวัน ฉันมองเหม่อ คิดถึงเธอทุกเวลา เธอเหมือนชั้นหรือเปล่า รักคราวแรก แปลกนักหนา สุขๆ ซึ้งๆ ตรึงอุรา

พี่ๆเก่าไปขอใหม่กว่านี้ 

อ่ะๆได้จะจัดให้ ชื่นชีวันเมื่อฉันและเธอชิดใกล้ แต่ไฉนเธอห่างฉันไปทุกที ช่างไม่มีน้ำใจใยดี ต่อไมตรีสัมพันธ์ เริ่มจากวันที่เราคบกันคล้ายเพื่อน แต่ดูเหมือนมีสิ่งเร้าใจไหวหวั่น ปล่อยให้รุมสุ่มทรวงนานวัน เปลี่ยนเป็นฉันรักเธอ

เฮ้ยน้า ร้องเพลง รู้เลยว่าแก่

แล้วตูไปร้องบนฮวงซุ้ยอาว์ม่าแกเหรอ พอๆหมดรมณ์ มาเข้าเรื่องดีกว่า โดนเด็กมันแซวว่าแก่

ปัญหาการแอบรักเพื่อน นี่จัดว่าเป็นปัญหายอดฮิตของวัยรุ่นอีกปัญหาหนึ่งก็ว่าได้ ไหนใครเคยแอบรักเพื่อนหรือกำลังมีอาการนี้อยู่ ยกมือขึ้น ไม่ต้องอายครับ มันเป็นเรื่องธรรมดา อิอิ

การแอบรักเพื่อนนี่ ช่างเป็นความรู้สึกที่โคตรทรมาณเลยก็ว่าได้นะครับ มันเกิดมาจากความใกล้ชิด สนิทสนม ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาก นานวันเข้า มันก็ทำให้ใจบางๆของเราเริ่มไหวหวั่น จนมันกลายเป็นความรัก 

อ้าวก็บอกเขาไปสิว่ารู้สึกยังกับเขา แหวกอกกินไส้ เฮ้ย เปิดใจบอกไปตรงๆเลย

ก็มันไม่กล้านิ

ใช่แล้วครับ ใครจะกล้าบอไปตรงๆ มันเสี่ยงที่จะโดนตบและโดนเลิกคบเอาง่ายๆ แม้มันอาจจะคิดไปเอง มันอาจไม่ถึงขนาดนั้น แต่ถ้าบอกแล้วไม่ฟลุ๊ค แล้วเขาหรือเธอ บอกว่ากลับมาว่าเราคิดกับเธอแค่เพื่อนนะ ไม่มีไรเกินเลยไปกว่านี้ เธอกลับไปปลูกไร่แห้วเถอะนะ เราก็จะคิดกับเธอแค่เพื่อนเหมือนเดิม ใจแป้วไหมครับ ปากบอกว่าเหมือนเดิม แต่มันคงไม่เหมือนเดิมตามปาก เป็นส่วนน้อยที่ใครจะคิดเสี่ยงสารภาพไปตรงๆ  เพราะถ้าพลาดมันก็ไม่คุ้ม ส่วนใหญ๋จึงเลือกที่เก็บไว้ในใจ รักเธอข้างเดียว แล้วเป็นไงละ โดนหมาคาบไปซะงั้น เหอๆ 

แล้วทำยังไงดีละครับ

ทำใจครับ ทำใจ การที่เราหลวมตัวไปแอบรักใครข้างเดียวแล้ว เราต้องเผื่อใจเอาไว้เลย เพราะโอกาสสมหวังน้อย มีสิทธิ์เสียหมาสูง เพราะฉะนั้น เตรียมใจที่จะรับความผิดหวังไว้บ้าง จะได้ไม่เจ็บเยอะ

อ้าว ถ้าอย่างนั้น ก็ทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ ต้องทนทรมาณร้าวรานข้างเดียวเหรอ จะไม่ให้ตูมีความหวังเลยเหรอ

อ๊ะๆ อย่าเพิ่งท้อ ถ้าคุณคิดว่าชาตินี้ฉันขาดเธอไม่ได้ เธอคือคนเดียวที่ฉันจะรักแบบหน้ามืดตามัว (อ่ะ ล้อเล่น) ถ้าคิดว่าฉันรักคนเดียว เราก็ต้องอย่าเพิ่งแสดงตัวออกไปอย่างโจ่งแจ้ง แต่ก็มีโอกาสโดนหมาคาบไปรับประทานสูง ทำไงได้ เราต้องโจมตีแบบเงียบๆ อย่าให้ข้าสึกรู้ตัว ค่อยๆพัฒนาความสัมพันธิ์ไปเรื่อยๆ อดทนครับ อดทน ท่องไว้ เทคแคร์เธอไปเรื่อยๆ เป็นที่ปรึกษาที่ดี สักวันเธอคงจะใจอ่อนบ้าง

ฉุด อันนี้ไม่แนะนำเพราะอาจติดคุก โดนรุมประชาทัฑณ์ โดนขึ้นข่าวหน้าหนึ่ง (แล้วจะพูดทำใมเนี๊ย)

บอกไปตรงๆเลย ถ้าคุณพร้อมและที่จะทำใจได้เมื่อพบกับความผิดหวัง

ทำมาเป็นผู้เชี่ยวชาญแนะนำคนอื่นมาเยอะพี่ละ ได้ข่าวว่าแอบรักเพื่อนอยู่เหมือนกันนิ

เหะๆ ไม่กล้าที่จะบอกหรอก เค้ายังไม่รู้เลย เศร้า ก็ได้แต่คอยดูแลเขาอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ วันใดที่เธอเหนื่อยล้า ท้อแท้กับสิ่งใดมา ถึงจะไม่คิดถึงฉันคนแรก อย่างน้อยก็ให้คิดถึงฉันเป็นคนสุดท้าย ฉันจะซับน้ำตาเธอเอง

แหวะ น้ำเน่าวะพี่ ดูละครเยอะเกินไปมั้ยเนี๊ย

เหอๆ แต่ถ้าบอกไปตรงๆก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง

เหม่อลอยไปแสนไกล ฝืนทนกล้ำกลืนเท่าไรไม่รู้ ทั้งที่ปลายทางเรามองเห็นมีเธอยู่ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

ปิดบังอยู่เนิ่นนาน มันทรมานที่แอบรักใคร อยากให้เธอรู้ถึงความในใจ ก็ยังไม่ยอมพูดไปซักที

แต่ถ้ายังมัวอมพะนำ ทำเป็นไม่สนใจ เดี๋ยวพอเวลาหมด คงต้องคิดใหม่ ปล่อยเธอหลุดมือไป มันคงไม่ดี

รักครั้งนี้ต้องสู้หน่อย อย่าได้ถอยไป เฝ้าบอกใจ ขอวอนหยุดก่อน อย่าเพิ่งหนี

ก็เจอหน้าเธอทีไร เป็นต้องลอยหลุดไปไกลทุกที

แค่พูดว่า ฉันรักเธอ มันยากเย็นตงไหน หรือยอมให้จบลงตรงนี้                         

ก็คงต้องเสียเธอไป ถ้าใจไม่ถึงซักที     (มันคงต้องลองซักครั้งนึง)
  
อ้าวก็ร้องเพลงวัยสะรุ่นเป็นนี่นา

อ้าวก็ตูยังไม่แก่นี เอ๊ะไอ้นี่ เดี๋ยวก็หนุมานถวายแหวนเข้าให้ ไปๆ ไปไหนก็ไปกวนตีนดีแท้

อย่าทำหนูเลย

 

  

ของลากลับบ้านก่อนนะครับเจ้านาย

 

กลับมาจะสัญญาว่าจะไม่ดองอีกต่อไป

 

อิอิ

เมื่อไฟมันลนก้น

posted on 13 Oct 2008 03:14 by armncis

เรื่องไฟมันลนก้นนี้มันไม่ใช่เรื่องแบบว่าจุดไฟมาผาก้นชาวบ้านเค้าเล่นนะครับ แต่มันคือช่วงเวลาที่สาหัสที่สุดในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ที่ทำให้ทุกๆคนต้องเร่งมือทำบ้างสิ่งบ้างอย่างให้เสร็จทันลุล่วงตามเวลาที่กำหนด คุณต้องยอมละทิ้งเวลานอนอันแสนสบาย เพื่อมานั่งทำให้มันเสร็จ บางคนก็สนในงานมากว่าแฟน บางคนทำจนไม่กินไม่นอน บางคนถึงกับไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ประมาณว่าถ้าทำใม่ทันกูตายแน่ แต่มันก็ตายจริงๆเหละครับ อิอิ ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่คนเหล่านี้จะใม่ค่อยสุงสิงกับใคร เหมือนคนเก็บตัว เป็นโรคซึมเศร้า หน้าตาดำคร่ำเครียด ถ้ามีเพื่อนๆหรือแฟนที่ไม่เข้าใจ อาจจะเข้าใจผิดว่ามันโกรธไรกูหรือเปล่าว่ะ เค้าแอบมีกิ๊กแน่เลย ถึงไม่ค่อยสนใจเราเลย เห็นมั้ยครับ เมื่อไฟมันลนก้น มันส่งผลต่อชีวิตและคนรอบข้างขนาดไหน  พวกคนเหล่านี้จะมีแฟชั่นที่ฮิตและแต่งเหมือนกันโดยมิได้ตั้งใจคือ หน้าโทรม ขอบตาดำ ตาปรือ และแดงกล่ำ เหมือนคนจะร้องไห้ แต่มันน่าจะร้องไห้จริงๆนั้นเหละ ฮือๆ จะเห็นคุณค่าของเวลาก็ช่วงนี้ละครับ 1 วินาทีก็มีความหมายเหลือเกิน

นี้เหละครับ เห็นได้ชัดเลยกับคำโบราณที่ว่าลำบากก่อนแล้วสบายทีหลัง ถ้าเราทำไปเรื่อยๆตั้งแต่เนิ่นๆ เราคงไม่ต้องมาลำบากอดหลับอดนอนมาทำงานให้ทันหรอกครับ คิดว่าจะทำเรื่อยๆแต่มันอดใจที่จะขี้เกียจไม่ได้ พอตอนหลังละเป็นไง อิอิ นั่งหลังขดหลังแข็งทำงานให้ทันตามกำหนดส่ง เหนื่อยนะเนี้ย นั่งทำไปสำนึกไปว่าทำใมไม่ยอมทำมาตั้งแต่แรก เหอๆ มาสำนึกเมื่อไฟมันมาจ่อตูดซะแล้ว เพื่อลดความร้อนของไฟ ปั่นงานกันยิกๆเข้าไปนะ สู้ต่อไปทาเคชิ ตราบใดที่ยังไม่น๊อคตายคางาน ตราบใดที่ยังมีเวลาเหลืออยู่อย่าเพิ่งท้อ อิอิ โอ้ยจะเสร็จทันมั้ยเนี้ยยยยยยย

 

 

 

ปล.นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไม่อยากตูดร้อน ก็จงอย่าขี้เกียจ   

วันศุกร์

posted on 12 Oct 2008 00:20 by armncis

เขียนเรื่องวันศุกร์ แต่ผมเขียนเรื่องนี้ในวันเสาร์ ตั้งแต่เด็กๆแล้ว วันนี้จะเป็นวันที่ผมรอคอยมาทุกอาทิตย์ เนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ เป็นวันหยุด หลายๆคนโดยเฉพาะนักเรียน จะคอลอย เฮ้ย ลอยคอ เฮ้ย รอคอย เฮ้ย ถูกแล้ว (ขออภัยกับมุกที่แสนเชย)ยิ่งได้หยุดติดกันสามสี่วัน จะดี๊ด๊าเป็นพิเศษ ใครไม่ชอบมั่งละครับ ได้มีโอกาสนอนตื่นสาย แต่ไม่สายหรอก ต้องตื่นมาดูการ์ตูน แล้วจะตื่นเช้าโดยไม่มีอิดออด ผิดกับวันธรรมดาที่จะต้องตื่นนอนไปโรงเรียน จะโอ้เอ้ บิดไปบิดมา ทำหน้าหมาเมื่อย เวลาถูกปลุก ไม่มีที่ตื่นมาด้วยความแจ่มใส เมื่อถึงวันศุกร์เมื่อไร มันเหมือนเป็นสัณญาณว่า เราจะได้หยุดแล้ว จึงทำให้ผมมีความรู้สึกดีๆกับวันศุกร์เป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะสาเหตุนี้ด้วย ผมเป็นคนที่ถูกพ่อแม่ส่งไปอยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่เด็กๆ ตอนนั้นประมาณ ป.2 ด้วยความที่คิดถึงพ่อแม่ และบ้าน ทำให้ผมตั้งตารอคอยว่า เสาร์อาทิตย์นี้พ่อกับแม่จะมาเยี่ยมมั้ยหนอ ถ้าโชคดี ก็จะได้กลับบ้าน เป็นความหวัง และสิ่งที่ผมรอคอยมาตลอดเวลาที่อยู่หอ คนที่อยู่หอ จะเข้าใจความรู้สึกนี้ดี ยิ่งสมัยก่อนไม่มีโทรศัพท์มือถือโทรหากันตลอดเหมือนสมัยนี้ ยิ่งทำให้เราคิดถึงบ้าน เขียนไปแล้วน้ำตาแทบจะไหลพรากๆ ด้วยเหตุนี้ละมั้ง เมื่อถึงวันศุกร์ ผมจึงมักร่าเริงเป็นพิเศษ

หลายๆคนอาจจะเชื่อว่า ศุกร์13 จะไม่ดี แต่ผมมักจะถือเป็นวันพิเศษ ด้วยการ ดูหนังสยองขวัญ ใช่ครับไม่ผิด หนังสยองขวัญ เพราะเรื่อง เฟรดดี๊ ครูเกอร์ ทำให้ทุกคนยิ่งรู้สึกไม่ดีต่อวันนี้ แต่มันทำให้ระหว่างการดูหนังสร้างบรรยากาศ    น่ากลัวให้เพิ่มขึ้นมาอีก นอกจากนี้ศุกร์13 ไม่รู้ทำใมทุกครั้งที่คิดๆมา รู้สึกว่าพอถึงวันนี้ผมจะทำอะไรมันก็ราบรื่นไปหมด อีกอย่างเลขที่ผมชอบก็คือ 13 ถึงจะตะแคงคอลงไปทางซ้ายอ่านจะเป็นคำว่าผีก็ตาม ขนาดเรื่องราวที่เขียน ก็จะเน้นเรื่องผี อิอิ

ความรู้สึกดีๆที่มีในวันศุกร์ ดูๆไปแล้ว มันวันเสาร์ต่างหากละที่ผมรอคอยไม่ใช้วันศุกร์ แต่ความรู้สึกที่ลุ้นให้มาถึงมันกลายเป็นวันศุกร์ทุกที พอถึงวันศุกร์มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนว่าสิ่งที่เรารอคอยกำลังจะมาถึง มันทำให้ตื่นเต้นทุกครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งในวิชาภาษาไทย อาจารย์ให้แต่งกลอนมา บทหนึ่ง เกี่ยวกับวัน เอาวันไหนก็ได้ ผมจิ้มเลือกไปที่วันศุกร์เลยครับ กลอนก็มีว่า วันนี้วันศุกร์ วันหยุดพรุ่งนี้ เฮฮาปาร์ตี้ พรุ่งนี้วันหยุด บ่งบอกถึงความขี้เกียจที่สิงในร่างกายของผมเป็นอย่างดี กลายเป็นว่า ศุกร์กับเสาร์นี้เหละ วันที่ดีที่ซู๊ด วันที่ไม่ชอบละ ไม่ต้องบอกก็รู้ วันจันทร์